เรื่องเล่าจากห้องคลอด

เรื่องนี้ … เป็นเรื่องที่ผมตั้งใจเขียน เพื่อบันทึกความทรงจำและความรู้สึกของการเป็น  “คุณพ่อมือใหม่” ที่เราจะตื่นเต้นในวันที่ลูกคลอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 22 ก.พ. 2016 ผมกำลังนอนหลับสนิทในห้องนอน แต่สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยเสียงปลุกของภรรยา เมื่อตื่นแล้ว ถามได้ใจความว่า มีเมือกไหลออกมาจากช่องคลอด และมีอาการปั้นท้องทุก 5 นาที ซึ่งหมอได้สั่งเราไว้ว่า ถ้าปั้นท้องทุกๆ 5 นาที ให้มาโรงพยาบาลได้เลย

ผมรีบอาบน้ำ และเตรียมตัว เราจำหมอบอกได้ว่า ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินเหตุ ถ้าแค่ปั้นท้อง กว่าจะคลอดใช้เวลานานมากอยู่ 6 – 12 ชั่วโมงกว่าจะคลอด (แล้วแต่ราย) แต่ถ้าถุงน้ำคร่ำแตก หรือน้ำเดิน ในกรณีแบบนี้ถึงต้องรีบ

เราใช้เวลาเตรียมอยู่แบบไม่รีบอยู่ราวๆ 2ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง บ้านของผมอยู่ห่างจากโรงพยาบาล 100 กว่าๆกิโลเมตร เนื่องจากเลือกโรงพยาบาลเอง ไม่ได้เลือกคลอดใกล้บ้าน เพราะไว้วางใจคุณหมอที่ฝากครรภ์กันมา และคุณหมอเค้าประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ (คุณหมอเป็นอาจารย์แพทย์) ใช้เวลาขับไม่รีบร้อนประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงแถวโรงพยาบาล

จากนั้นขับรถหาโรงแรมอยู่แถวนั้นอีก ประมาณ30นาทีก็ได้โรงแรม ก็พักผ่อนกันจนเช้า และทานข้าวต้มตำลึงตอนเช้า แล้วเดินไปโรงพยาบาล ชิลมากเลยเนอะ …. นั่นเป็นเพราะว่าอาการปั้นท้องของลูกลดลง เป็น 6 – 8 นาทีต่อครั้ง จนอดคิดไม่ได้ว่าลูกเร่งให้มาเตรียมตัว  😆

20160223_101935

ระหว่างเดินชิลเข้าโรงพยาบาล

จนสัก 09.30 น. ของวันที่ 23 ก.พ. เราเดินเข้าไปติดต่อเรื่องเตรียมคลอด โดยเข้าไปติดต่อแผนกฉุกเฉินเลยครับ แล้วเค้าจะมีรถให้คุณแม่นั่งเพื่อเดินทางไปห้องคลอด เราก็เดินตามเค้าไปจนถึงห้องคลอด

ห้องคลอด

ห้องคลอด

ประตูห้องรับใหม่

ประตูห้องรับใหม่

ประตูนี้ บอกเลยว่าเมื่อคนที่กำลังจะคลอด ผ่านเข้าไปแล้ว จะไม่ได้ออกมาประตูนี้อีก แต่เค้าจะมีประตูอีกด้าน สำหรับเข็นออกไปห้องพักฟื้น

ขั้นตอนต่างๆที่เจอมาในห้องคลอด

(ชื่อทั้งหมด ผมตั้งเองตามใจชอบของผม อาจไม่ตรงกับความจริง)

20160223_174128

ชุดสีเขียวต้องใส่เมื่อเข้าห้องคลอด

  • ห้องเตรียมตัว แรกเจอคือห้องเตรียมตัว ทำความสะอาด พอถึงห้องคลอดเค้าก็ให้เข้าไปเฉพาะตัวแม่ จับใจความได้ว่าเป็นการรับเข้าไปเตรียมตัว เช่น ทำความสะอาดร่างกาย สวนทวารเพื่อทำความสะอาด เปลี่ยนชุด เมื่อเสร็จแล้วเค้าก็จะย้ายไปห้องใกล้คลอด
  • ห้องใกล้คลอด เดินเข้าไปด้านใน จะมีทางไป มีเตียงอยู่ 8 เตียง แบ่งเป็นฝั่งละ 4 เตียง ทีนี้จะติดกลับโต๊ะพยาบาล ผมเรียกเอาเองว่า ห้องใกล้คลอด คือเค้าจะเอาไว้ใกล้ๆพยาบาลเพื่อตรวจเรื่อยๆว่าพร้อมเข้าห้องคลอดหรือยัง เราจะเข้ามาเยี่ยมภรรยาได้ก็ตอนมาที่นี่แหละครับ แต่ถ้าเช็คแล้วว่าน่าจะอีกนานกว่ามดลูกจะเปิด เขาก็จะย้ายไปห้องรอคลอด
  • ห้องรอคลอด เลยเข้าไปด้านใน จะมีเตียงอยู่ 4เตียง เป็นเตียงสำหรับนอนรอคลอด (รอปากมดลูกเปิด) ซึ่งย้ายมาจากห้องใกล้คลอดนั่นแหละ ทีนี้พอใกล้คลอดมากๆแล้ว ก็จะถูกย้ายไปห้องใกล้คลอดอยู่ดี ห้องนี้มีเคสคุณแม่ที่มีความเสี่ยงมาก ต้องนอนอยู่ที่นั่นเป็นเดือนสองเดือนเลยก็มี … ก็นอนรอไปนะครับจนเมื่อเริ่มมีอาการมากขึ้น และปากมดลูกเปิดขึ้นมากแล้ว เค้าก็จะย้ายเรากลับไปที่ห้องใกล้คลอดอีกครั้ง
  • กลับมาห้องใกล้คลอด คราวนี้ไม่น่าจะหวานแหวว เอื่อยๆเฉื่อยเหมือนเดิมแล้ว เพราะคุณแม่จะเจ็บท้องมาก ผมเองเหมือนจะรู้สึกว่ากาลเวลามันหยุดนิ่ง เพราะกว่าจะผ่านเวลาไปแต่ละนาทีนั้น ดูจะลำบากและเจ็บรุนแรงจริงๆ แฟนผมคลอดธรรมชาติไม่ได้มีการใช้อะไรช่วยเลย ก็เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติครับ จนในที่สุดช่องคลอดเปิดถึง 7.5 เซ็น คุณหมอถึงโผล่มาพร้อมกับการพูดจาและอธิบายหลายๆอย่างที่ช่วยได้เยอะมากกกก (ปรกติหมอท่านนี้เป็นคนพูดแบบนี้อยู่แล้ว และมันได้ผลอย่างเหลือเชื่อ) และสุดท้ายก็ถึงเวลาเข้าห้องคลอด เวลานั้นเป็นหมดเวลาเข้าเยี่ยมพอดี 20.00 น. ผมก็เลยออกไปนั่งกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องคลอดนั้นเอง
  • ห้องคลอด ห้องนี้ผมไม่ได้เข้าไป เลยไม่ทราบว่าเป็นไง แอบเสียดายที่ไม่ได้เห็น แต่อีกใจนึงก็แอบดีใจนะ เพราะตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ เกรงจะไปเกะกะและเป็นภาระซะปล่าวๆ
  • ห้องพักหลังคลอด ห้องนี้เป็นห้องโล่งๆ เพื่อเค้าจะเข็นเตียงมาจากห้องคลอดไง เราจะได้เจอหน้าลูกครั้งแรกก็ที่นี่แหละ ผมได้เจอหน้าลูกครั้งแรกที่นี้ … ไม่อาจอธิบายเป็นตัวหนังสือได้หมด ว่ารู้สึกอย่างไร มันรู้สึกหลายอย่างมาก มีทุกอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมด

20160223_201436 20160223_201443

เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนลูกคลอด ช่วงที่เราต้องมานั่งรออยู่หน้าห้องคลอด มันเป็นอะไรที่เรียกว่า ในหัวนี้ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยนอกจาก ภาวนาให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก คิดแค่นั้นจริงๆ แล้วคิดย้ำไปๆ นั่งแทบไม่ติด เดินวนไปวนมา เวลานั้นก็ สองทุ่มกว่าๆแล้ว ก็เลยไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย วังเวงจริงๆ แต่ว่า ณ เวลานั้น ไม่ได้คิดแล้วเรื่องนี้ คิดแต่ขอให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

20160223_212417

ลูกสาวของผม อายุยังไม่ถึง 1 ชั่วโมงเลย

บอกเลยว่า ดีใจมาก มากจริงๆ เวลาที่รอคอยมาเป็นเวลา 9 เดือนเต็ม เฝ้าทะนุถนอมมา นึกถึงเวลาก่อนนอนของผม ที่จะต้องเอามือไปอังท้องเพื่อรอให้ลูกดิ้น  เพราะถ้าลูกไม่ดิ้นนี่นอนไม่หลับนะครับ ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว สามารถจับตัวเป็นๆได้เลย

หลังจากคลอดแล้ว ไปไหนต่อ ?

เค้าก็จะให้ลูกกินนมแม่ และพักอยู่ในห้องพักหลังคลอดอยู่ ประมาณ 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็จะเข็นเตียงกับลูกของเราไปยังแผนกพักฟื้นหลังคลอด ซึ่งจะเป็นคนละแผนกกับห้องคลอดแล้ว (เสร็จสิ้นจากห้องคลอดแล้ว)

ที่นี้ห้องพิเศษน้อยมาก และไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ วันแรกๆภรรยาผมจึงอยู่ห้องรวม และวันหลังๆนี้ถึงได้ห้องพิเศษ เอาจริงๆแล้ว ห้องรวมก็น่าอุ่นใจดีนะ เพื่อนเยอะดี ไม่เหงา

เวลาเยี่ยมคือ10 – 20 . 00 น. ของทุกวัน ไม่อณุญาติให้ญาติเฝ้า ให้อยู่แต่แม่กับลูกเลย ส่วนห้องพิเศษให้ญาติอยู่ได้ 1 คน

ที่นี่เค้าจะฝึกให้คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายอุ้มลูก ให้นมลูก อาบน้ำ โอ๋ลูก ….. บลาๆๆๆๆๆ ซึ่งผมในฐานะพ่อนี่ แทบจะเรียกได้ว่าคุณแม่ลำบากกว่าคุณพ่อเยอะมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  😯

มีเรื่องเล่าให้ฟังนิดนึง คือวันต่อมาอ่ะ ผมก็ไปเยี่ยมแม่กับลูก แต่ทีนี้แม่เค้าจะไปอาบน้ำ ทิ้งให้ผมอยู่กับลูก 2 คน ความบรรลัยก็บังเกิดอีตอนลูกร้องให้  😥 อุ้มลูกไม่เป็น สติแตก เครียด หน้าซีด ยืนสตั๊นไปหลายวิ… แต่สุดท้ายก็ประคองลูกอย่างทุลักทุเลขึ้นมากอด และโอ๋ลูกจนหยุดร้องได้ ลูกผมหันปากจะดูดนมผมด้วย  😆 ต้องค่อยๆบอกลูกว่า ถึงนมพ่อจะใหญ่ แต่ไม่มีน้ำนมนะลูก  😆

eyeemfiltered1456481056106-01

ถึงเวลาเยี่ยมจะน้อย แต่ผมก็ใช้เทนโนโลยีให้เป็นประโยชน์ครับ นั่นก็คือ Video Call ไปดูลูกครับ แต่ก็ไม่ได้ทำนาน เพราะไม่อยากกวนทั้งแม่ทั้งลูก แต่จะใช้วิธีรอให้คุณแม่พอมีเวลาว่าง หรืออยากได้กำลังใจ ก็ให้เค้า Video call มาหาเราแทน

20160224_152704-COLLAGE

สุดท้ายนี้ อยากบอก “รักลูก” นะเคิ๊บบบบบบบบ!!!!!

มาดูคลิปกันหน่อย มีเสียงลูกด้วยนะ

และสุดท้าย บิลค่าใช้จ่ายในการคลอดลูกครับ หวังว่าน่าจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย

20160229_112939

 

ใส่ความเห็น