คุณอยากจะซื้อปลาสวยงามที่สวย หรือปลาที่แข็งแรงล่ะ?

ปลาทอง ปลาสวยงาม

เรื่องของเรื่องคือ บ้านผมนั้นอยู่ต่างจังหวัด และไม่ใช่จังหวัดที่มีการผลิตปลาสวยงามออกจำหน่าย ดังนั้นตัวเลือกในการซื้อปลาสวยงามจึงมีอยู่ทีเดียวคือร้านขายปลาสวยงาม ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองร้านด้วยกัน แล้วร้านปลาที่ผมไปซื้อเนี่ย เค้าจะมีการลงปลาใหม่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

 

ถ้าอยากได้ปลาสวย
แน่นอนว่า ถ้าอยากได้ปลา ต้องรู้จักวันที่ร้านลงปลาใหม่ จากนั้นเราก็ไปตักเอาเลยครับ วิธีนี้คือ เร็ว ก็ต้องได้เลือกก่อน ลงปุ๊บเลือกปั๊บ มีโอกาศเลือกปลาสวยๆก่อนใคร แต่ก็ยังมีคนที่คิดเหมือนเรานะ ดังนั้นก็ต้องไปแย่งกันตักเอาอีกที ใครจับจองที่ตักได้ก่อน ก็เลือกก่อน ใครชักช้าก็ลุ้นให้เค้าไม่ตักตัวที่เราเล็งเอาไว้ก็แล้วกัน

แต่มันมีข้อเสียเหมือนกันนะ คือปลาที่ผ่านการเดินทางมาอย่างไกล ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะจากผู้ผลิตปลาเดินทางมาที่ตลาดขายส่งปลา รอเวลาให้ร้านไปเลือกถุงปลา แล้วก็รอเวลาเดินทางกลับมายังร้าน มันหลายขั้นตอน ปลาก็เกิดการบอบช้ำ เหนื่อยล้า และอาจบาดเจ็บ

ทำให้เวลาที่เราไปเลือกมาทันทีแบบนี้ มันก็จะมีความเป็นไปได้ว่าเราอาจต้องเสียปลาตัวนั้นไปหลังจากที่เราเลี้ยงไปสักพัก เพราะอาการเจ็บป่วยและบอบช้ำของปลานั้นแหละ โดยบางทีเมื่อร้านลงปลา ปลามันอาจไม่แสดงอาการทันที เราก็คิดว่ามันแข็งแรงดี แต่เมื่อเอากลับมาบ้าน มันก็จะเริ่มแสดงอาการ

 

ถ้าอยากได้ปลาแข็งแรง
ต้องไปเลือกหลังจากวันที่ลงปลาครับ 2 – 3  วัน เพราะถ้านานกว่านี้ ปลาก็อาจจะเหลือเป็นปลาเหลือเลือกจากคนอื่น เราก็ได้แต่เลือกปลาที่คนอื่นไม่เอานั่นแหละ

2 – 3 วันหลังจากลงปลามา ปลาจะแสดงอาการให้เราเห็นได้ชัดเจนเลย ว่ามันแข็งแรงรึป่าว เพราะงั้นจึงมั่นใจได้ระดับนึงว่าเราจะได้ปลาที่แข็งแรงมาเลี่้ยงล่ะ

 

สรุป
มันก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ว่าจะเลือกแบบไหน บางทีประสบการณ์และชนิดของปลาก็เป็นเรื่องที่เลือกใช้วิธีได้ไม่เท่ากันหรอกนะ เช่น คุณอยากได้ปลาดูด หรือปลาดุกเผือก ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องข้อ 2 เลย แต่ถ้าเป็นปลาทองหรือปลาคาร์ฟ หากอยากได้ปลาสวยๆ ก็อาจจะต้องเลือกใช้วิธีแรก … แต่ถ้าชิวๆไม่ซีเรียสก็อาจจะเลือกวิธีที่ 2

ใส่ความเห็น